เมื่อซิ่น..ยังไม่สิ้น

posted on 27 Nov 2009 00:00 by clockrun

 

วันนี้เป็นเอนทรี่พิเศษนะครับ มีมารดรเป็นผู้แนะนำ

ซึ่งมารดรก็ออกตัวไว้ก่อนว่า มารดรไม่ใช่ผู้รู้แตกฉานเรื่องซิ่นแต่อย่างใด

 

แค่เป็นผู้นิยมสวมใส่ซิ่นเท่านั้นครับ

 

ซิ่นเหล่านี้ เป็นซิ่นเพียงหนึ่งในร้อยของซิ่นที่มารดรมีทั้งหมด

และเป็นเพียงเศษเสี้ยวของแบบซิ่นทั้งหลาย เพราะบ้านเราประกอบไปด้วยชนเผ่ามากมาย

แต่ละชนเผ่าก็มีลวดลายเป็นของตนเอง...

 

ซิ่นแต่ละผืน ต่างมีผืนเดียวในโลก.. เพราะการจะทอซิ่นนั้น ต้องใช้เวลานานนับเดือน

 

ซิ่นเหล่านี้ คัดมาจากซิ่นที่หายาก และบางอย่างก็ไม่มีผู้สืบทอดเทคนิคการทอ

จึงสาบสูญไปแล้วก็มี

 

 

 นี่คือซิ่นกำมะหยี่ พร้อมกับแถบคาดเอว.. คาดว่าเป็นของชนเผ่าม้งแถบจีน

ซิ่นกำมะหยี่มักจะใช้กันในบ้านที่พอมีฐานะ เพราะกำมะหยี่จะไม่มีในแถบนี้ จึงต้องสั่งนำเข้า

มาจากทางอินเดีย

 

 ซิ่นจะใช้สีดำสนิท แล้วก็มีแถบคาดเอวต่างหาก ลายของแถบคาดเอวก็ค่อยๆเย็บทีละนิดๆ

เห็นถึงความอดทน และความตั้งใจในการทำมากครับ

 ปกติเขาจะใส่พร้อมกันทั้งสองชิ้นครับ

 

  อันนี้เป็นซิ่นของประเทศลาว.. แต่ที่แน่ๆคือ เทคนิคการทอแบบนี้ได้สาบสูญไปแล้ว

มารดรเล่าว่า เคยใส่ซิ่นผืนนี้ แล้วไปเดินเจอแม่ค้าขายผ้า แม่ค้าเขาขอซื้อต่อด้วย

เพราะหาซิ่นแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว

 

 

  

ซิ่นตัวมอม.. ใครไม่รู้จักตัวมอม เชิญถามพี่เกิ้ลเอานะครับ

ซิ่นแบบนี้ก็ไม่มีการทออีกแล้วเหมือนกันครับ

 งามแต้ๆ

 

 

 ผืนนี้คือซิ่นไหมทองครับ.. คือมีการทอผสมไหมที่มีสีเหลืองทองเข้าไปด้วย

ปัจจุบันนี้ยังคงพอมีอยู่ แต่หาได้ยากมากครับ

 ผืนนี้ก็ค่อนข้างเ้ก่าแล้วนะ ก็เลยดูมอมๆครับ

 

 

 

 ซิ่นไทลื้อเมืองสิง แขวงพงสาลี ประเทศลาว.. ซิ่นนี้ใส่ซ้อนกันสองผืนครับ..

 

รูปแรกจะเห็นแยกสองผืน ผืนข้างใน(สีขาว) เรียก ซิ่นหลอง(ซิ่นรอง)

เนื่องจากมีอากาศที่หนาวเย็น เขาจึงมีซิ่นสองชั้นครับ

 ซิ่นแบบนี้ปัจจุบันยังหาได้ทั่วไปครับ.. แต่คิดว่า อีกไม่นานก็คงหายากครับ

 

 

 ผืนนี้ซิ่นบ้านคูบัว จังหวัดราชบุรีครับ

มีเอกลักษณ์ของเขาเอง ถ้าใครดูเป็นก็ดูออกเลยประมาณนั้น

 

 

 ผืนนี้คนเชียงใหม่คงรู้จักกันดี ซิ่นแม่แจ่มนั่นเอง...

รูปแรกนั่นเป็นซิ่นแม่ลูกครับ คือ แม่กับลูกสาวใส่ซิ่นเป็นคู่กัน

 

จริงๆซิ่นผืนซ้ายนั่น ตรงสีดำมันเป็นผ้าซีตรูครับ คือ มองทะลุเห็นข้างในได้

เป็นลูกเล่นอย่างหนึ่งของช่างทอ  เรียกว่า หมอ้วน, หอมอ้วน, หมูอ้วน หรือหำอ้วน ครับ

 (มีเรื่องเล่าว่า ที่เรียกหำอ้วน เพราะมันซีตรู พอผู้ชายมองทะลุเห็นข้างใน...  XXXมันก็เลยอ้วน )

 

เนื่องจากมันมองทะลุ เขาเลยมีซิ่นข้างในอีกชั้นครับ กันโป๊

 

ส่วนรูปขวาบนคือซิ่นแม่แจ่มสมัยใหม่ ส่วนรูปซ้ายล่างคือซิ่นแม่แจ่มสมัยก่อน

 

 ลองเอามาเทียบกัน ก็งามไปคนละแบบครับ... แต่รู้สึกของเก่าจะทอละเอียดกว่านิดหน่อยครับ

 

ต่อไปเป็นซิ่นที่อายุมากที่สุึดเท่าที่มารดรมี อายุนับร้อยปี

เนื่องจากมันงามมาก เลยขอลงรูปใหญ่ๆไปเลยละกัน

 

 คาดว่าเป็นซิ่นของนางในวังของพม่าครับ ปุถุชนเขาไม่สามารถใส่ได้

ผ้าเขาเรียกว่าผ้าแก้วครับ คือใส มองทะลุเหมือนแก้ว ข้างในจึงมีผ้าขาวอีกชั้นครับ

 ข้างล่างปักด้วยไหมเงินครับ... มารดรบอกว่า ยิ่งชนชั้นสูง เขายิ่งปักไหมเงินเยอะครับ

ถ้าเป็นมเหสี ก็จะปักไหมเงินไปทั้งผืนเลย

 

 มีการปักลายประกอบด้วยไหมอะไรไม่ทราบครับ เหมือนไหมพรม แต่ไม่ใช่ไหมพรมครับ

 

 งามแม้ผ่านกาลเวลานับร้อยปี...

 

ผืนนี้มารดรไม่ใส่ครับ เก็บอย่างเดียว เพราะบอบบางเหลือเกิน

คาดว่าตกทอดมาตั้งแต่สมัยทวดครับ

 

และต่อไป คือซิ่นผืนเอกของเอนทรี่นี้

 

 

 เขาทอเป็นลายอะไรเอ่ย?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมเองก็ทายไม่ถูกครับ

 

 

 

 

 

แต่พอมารดรเฉลย ผมงงเลยครับ...

 

มันคือลายเฮลิคอปเตอร์!!

 

 

 ข้างบนเป็นเฮลิคอปเตอร์ ตรงกลางเป็นควาย ข้างล่างเป็นแม่น้ำครับ

 

 ซิ่นผืนนี้ มาจากประเทศลาวเพื่อนบ้านของเราครับ อายุก็คงหลายสิบปีอยู่

 

ชาวบ้านเขาทอในช่วงที่เกิดสงครามครับ..ถ่ายทอดสิ่งที่เห็น ลงบนผืนซิ่น

กลายเป็นสิ่งที่บันทึกประวัติศาสตร์ไปในตัว

 

มารดรบอกว่า เห็นซิ่นอีกผืน ที่แม่ค้าเขาเอามาโชว์แต่ไม่ขาย

ทอเป็นรูปเครื่องบินทิ้งระเบิดครับ

 

....

 รู้สึกถึงคุณค่าของซิ่นขึ้นบ้างไหมครับ?

 

 

 เกร็ดความรู้เพิ่มเติม

 

ดิ้นเิงิน ดิ้นทอง ที่เอามาถักทอซิ่น ทำมาจากเงิน,ทอง ที่นำมาตีจนเป็นเส้น แล้วนำมาทอเป็นซิ่นครับ

ไม่สามารถซักได้ ต้องเอาผ้าชุบน้ำเช็ดเอาครับ...ซิ่นเิงินซิ่นทอง มีแต่ชนชั้นสูงเท่าันั้นที่ใส่ครับ

(ก็มันแพงอะ )

 .....

คนโบราณ เขาจะม้วนซิ่นสอดไว้กับกระดาษสา เพราะกระดาษสาสามารถกันแมลงมากินผ้าได้ครับ

หลังจากม้วนแล้ว เขาจะน้ำซิ่นใส่ในหีบไม้ แล้วก็ใส่พวกไม้หอมลงไป แล้วก็ปิดหีบ

 

ผ้าซิ่นก็จะหอมอยู่ในนั้น พอหยิบมาใส่ก็จะหอมครับ

 

กุลสตรีสมัยก่อน ถ้าไปนั่งที่ไหน เมื่อลุกขึ้น ตรงที่นั่งนั้นต้องยังหอมอยู่ครับ

เช่น นั่งบนเก้าอี้ไม้ เมื่อลุกไปแล้ว เก้าอี้ไม้นั้นต้องยังเหลือกลิ่นหอมอยู่ครับ

 

ถ้าไม่มีกลิ่น เขาถือว่าไม่ใช่กุลสตรีครับ

 

....

 

กุลสตรีสมัยใหม่ก็อย่าน้อยหน้านะครับ.. ตดทิ้งไว้เลย

 

 

 ปล. มีสาระมาตั้งนาน..สุดท้ายก็จบเสื่อมๆเหมือนเดิม

 ปล2.ท่านผู้รู้..ข้อมูลตรงไหนผิด ทักท้วงได้นะครับ เพราะมารดรและผม ไม่ใช่ผู้รู้ในเรื่องซิ่นแต่อย่างใดครับ

 

Comment

Comment:

Tweet

http://clockrun.exteen.com/images/sara/sin/s10.jpg

ซิ่นลื้อแบบนี้เป็นลื้อเมืองอูใต้ ครับ ไม่ใช่เมืองสิง

เพราะเมืองสิงจะเป็นซิ่นยกดิ้นทอง และการซ้อนซิ่นจะไม่มีการตกแต่งตัวซิ่นซ้อนแบบเมืองอู
ซิ่นเมืองสิง จะเด่นที่การสอดดิ้นทอง และตัวซิ่นมีความยาว ต่างจากซิ่นเมืองอูที่ตัวซิ่นด้านนอกจะสั้นๆ


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#17 By boyplus on 2010-02-20 14:36

http://clockrun.exteen.com/images/sara/sin/s08.jpg

ส่วนผืนนี้ก็เป็นซิ่นไทแดง ซำเหนือ อีกเช่นกัน

ใช้ไหมสีเหลืองทองในการทอ เอกลักษณ์เด่นคือลายขิดรูปคนบนตัวซิ่นแหล่ะครับ


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#16 By boyplus on 2010-02-20 14:32

http://clockrun.exteen.com/images/sara/sin/s04.jpg

ซิ่นผืนนี้เป็นซิ่นไทแดง ที่อยู่ แขวงหัวพัน ,ซำเหนือ ในลาว และเวียดนามครับ

เหตุที่แม่ค้าเค้าถามซื้อเพราะคงไม่ค่อยเห็น แต่ถ้าไปลาว ชาวไทแดงก็นุ่งซิ่นชนิดนี้เห็นโดยทั่วไป ไม่ถือว่าเป็นของหายากนัก


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#15 By boyplus on 2010-02-20 14:29

อยากเห็นลายเครื่องบินทิ้งระเบิดจังค่ะ sad smile

สุดยอดเลยค่ะ คุณแม่ช่างเก็บได้ดีจริงๆ ของแบบนี้มันมีคุณค่ามากจริงๆ นะคะเนี่ย big smile Hot!
อ่านอันสุดท้ายแล้วเหมือนสิ่งบันทึกทางประวัติศาสตร์ไปโดยปริยายแฮะ

#13 By nora on 2009-11-28 01:19

ซิ่นร้อยปีแบบสุดยอด~!
ดีจังที่แถวเหนือยังนิยมใส่ซิ่นกันเป็นธรรมดา

อิสานก็นิยมใส่.. เฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่

ซิ่นลายสวยๆเยอะมากcry

#12 By S.Sasi on 2009-11-27 22:59

Hot! ตายตอนจบ
ว่าแต่ซิ่นเนี่ยบันทึกประวัติศาสตร์ไว้เลยนะคะ
ดีจังconfused smile

#11 By namnampai on 2009-11-27 21:04

เหนือเจ้าา

#10 By Arcobaleno on 2009-11-27 18:36

สวยงาม ~

#9 By eternize on 2009-11-27 18:23

สวยดีค่ะ

เดี๋ยวต้องไปหัดทอลายแปลก ๆ บ้างล่ะ

ที่บ้านนู๋ทอแต่ลายไทย big smile big smile big smile

#8 By พริม on 2009-11-27 17:54

เฮลิคอปเตอร์สุดยอดค่ะ ตอนแรกนึกว่ากิ้งก่า Hot!

#7 By talalan on 2009-11-27 12:45

Hot! งามแต้ งามว่า..big smile

รูปนั้น..ที่แรกเดาว่า เขาทอเป็นลายไดโนเสาร์ เิอิ๊กๆ..มองหางเฮลิคอปเตอร์ เป็นหัวได้โนเสาร์..แม๊ๆๆquestion

เอ่อ..ลุกไปแล้ว..ไม่ได้ย้อนกลับมาดมอีกสักที..ไม่รู้ว่าหอม หรือเหม็น..แต่ยังไม่เคยตดทิ้งไว้สักที..sad smile
โหหหห
เปิดพิพิธภัณ!!!!

#5 By sage_nu on 2009-11-27 08:29

ละเอียดและสร้างสรรค์ดีจัง

#4 By wesong on 2009-11-27 08:17

แต่ละผืนงามแต้ๆ เจ้าopen-mounthed smile

อยากมีมั่งสักผืนค่ะopen-mounthed smile

#3 By Pat's Song on 2009-11-27 07:39

ดีจังที่มันยังอยู่
ถือเป็นงานศิลได้เลยนะนั่น
ใช้เวลาทำตั้งเดือนbig smile

#2 By Katuar on 2009-11-27 07:14


งาม ขลัง อลัง อ่อนหวาน ปานเรื่องปรัมปรา big smile

#1 By ทิว แอด ไฟน์ on 2009-11-27 01:37