ชีวิตบัดซบ..แล้วก็ตาย?

posted on 07 Apr 2010 06:26 by clockrun

 

ผมได้เปิดไปเจอบล็อกๆหนึ่ง เป็นภาษาอังกฤษล้วนครับ เขียนโดยนาย Steve Pavlina

อ่านไปอ่านมา.. เฮ้ย!! โดนว่ะโดน

 

ขอหยิบมาแปลเป็นไทย แบบตามมีตามเกิดทั้งยวงกันเลยทีเดียว

(ยาวนะ แต่ผมคิดว่าคุ้มค่ามากที่จะอ่านครับ.. )

 

ชีวิตบัดซบ..แล้วก็ตาย

 

ถ้าคุณเกลียดชีวิตคุณล่ะ? หรือคุณไม่ได้เกลียดมันเท่าไหร่ แต่ว่าไม่มีความสุขกับสถานะที่เป็นอยู่

บางทีคุณอาจจะเครียด เบื่อ หรือไม่ก็ห่อเหี่ยว..หรือ คุณอาจจะมองไม่เห็นจุดประสงค์ในการใช้ชีวิต

 

ถ้าคุณไม่เห็นจุดประสงค์ของการใช้ชีวิตแล้ว คุณก็ย่อมจะมองไม่เห็นจุดประสงค์ของการมีชีวิตอยู่

ซึ่งจุดประสงค์นั้นก็คือ การรู้จักสนุกกับชีวิต

 

  ชีวิตของคุณ ก็คือสิ่งที่คุณสร้างสรรค์ขึ้นมา ชีวิตที่ดีมันไม่ใช่สิ่งที่อยู่ดีๆก็ปรากฏออกมา

คุณต้องสร้างเอง นอกจากคุณจะทำความผิดพลาดโง่ๆลงไป เหมือนคุณเป็นสถาปนิกงี่เง่า

ถ้าหากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น อย่าได้รู้สึกแย่.. เพราะเราทุกคนล้วนใช้ชีวิตผิดพลาดซักจุดหนึ่งอยู่แล้ว

พวกเรามักจะลืมว่า เราเป็นผู้บงการชีวิตและกำหนดประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ของเราเอง 

แต่มันก็เป็นความจริงที่ว่า เรามีชีวิตอยู่โดยการเลือก

 

ถ้าคุณคิดว่า ชีวิตคุณอยู่นอกเหนืออำนาจการบังคับของคุณ นั่นก็เพราะคุณเลือกที่จะไม่บังคับ-

มันแต่แรก ลองคิดดูว่า ถ้าเรานั่งอยู่บนรถโดยที่เราเป็นคนขับ แล้วเราก็ปล่อยมือจากพวงมาลัย

มันก็จะคาดการณ์อะไรไม่ได้ รถก็จะหมุนติ้วๆๆ แล้วก็จะไปติดอะไรซักอย่าง หรือไปชนอะไรซักสิ่ง

 นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณไม่สนใจจะรับผิดชอบต่อการใช้ชีวิตของคุณเอง

ซึ่งมันไม่คุ้มค่าเลยมิใช่หรือ?

 

การยอมแพ้

 

อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อเรายอมให้ชีวิตเราเป็นไปตามฟ้าดินกำหนด? มันเป็นสิ่งที่ดีจริงหรือ?

มันขึ้นอยู่กับว่าคุณปรับใช้ยังไง..ถ้าคุณคิดที่จะยอมแพ้ต่อฟ้าดิน แล้วก็สละการควบคุมชีวิตทั้งหมด

แล้วก็หวังว่าทุกอย่างจะออกมาโอเค...

 

เอ่อ ผมคิดว่า คุณคงไม่ขับรถแบบยอมจำนนฟ้าดิน ไม่ต้องจับพวงมาลัย

แล้วก็ปล่อยรถวิ่งไปด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. บนถนนซูเปอร์แน่ๆ

 

การยอมแพ้แบบนี้คุ้มค่ากับคนที่ใช้ชีวิตแบบไร้สติเท่าันั้น...

มันไม่เท่.. มันไม่แนว.... มันแค่ปัญญาอ่อน

 

 การยอมแพ้ ต้องขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบ  ไม่ใช่การยอมจำนนต่่อมัน

การยอมแพ้แบบนี้ คุณต้องตัดสินใจแบบมีสติ ในทางปฏิบัติมันหมายถึงการรู้จักปล่อยวาง

ละทิ้งพลังการต่อต้านของคุณต่อชีวิต แล้วก็หันไปตัดสินใจเลือกทางที่จะสร้างชีวิตที่มันสนุกสนาน

แทนชีวิตที่เจ็บปวด  เดินทางบนถนนแทนการเดินทางผ่านต้นไม้รถทึบดีกว่า

 

การตอบสนองทางอารมณ์

 

อารมณ์ของมนุษย์ที่ตอบสนองต่อเรา ถือเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการเดินทางของชีวิต

พวกมันเหมือนสิ่งที่แสดงออกที่แผงหน้าปัดรถยนต์ในรถของคุณ เมื่อแผงหน้าปัดแจ้งปัญหา

มันหมายความว่า คุณจำเป็นต้องซ่อมบางอย่างของรถได้แล้ว

 

 ถ้ารถของคุณไม่สามารถเคลื่อนต่อได้ เพราะคุณขับไปชนต้นไม้

แล้วหน้าปัดความเร็ว แจ้งว่ารถมีความเร็ว 0 กม./ชม. นั่นเป็นความผิดของรถไหม?

 คุณด่ามัน "ไอ่รถโง่" "ฉันเกลียดรถคันนี้ เพราะมันไม่หลบต้นไม้!!"

 คนส่วนใหญ่คงมองว่าคุณบ้าที่ด่ารถแบบนั้น แต่นั่นเป็นสิ่งที่เรามักทำกันในชีวิตจริง

 

บางที การที่รถไปชน ไปติดหลุม อาจจะเป็นความผิดของคุณเองหรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้

แต่อย่าลืมว่ายังไงคุณก็ยังเป็นคนขับ คุณไม่ควรโทษรถ

เพราะการโทษรถก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา

การเอาแต่โทษรถ ต่อว่ารถ มันก็จะยิ่งทำให้รถติดอยู่ตรงนั้นอย่างถาวร ไม่ย้ายไปไหน

 

เมื่อคุณรู้สึกไม่มีความสุขกับชีวิตของคุณ นั่นคือสัญญาณที่บอกให้คุณจำเป็นต้องตั้งใจฟ้ง

 การรู้สึกแย่กับชีวิต ไม่ได้หมายความว่าคุณมีปัญหาทางอารมณ์หรือได้รับบาดเจ็บตรงไหน

 มันเป็นสิ่งที่คุณตอบสนองตามกลไกไปตามปกติ ซึ่งมันไม่เป็นปัญหาอะไร

คุณควรจะรู้สึกแย่เสมอ เวลาที่ชีวิตออกนอกเส้นทาง สิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำก็แค่-

เข้าใจในสัญญาณที่บอกมาอย่างเหมาะสม แล้วก็ลงมือปฏิบัติในทางที่ถูกต้องตามสถานการณ์นั้นๆ

 

เช่น ถ้าคุณรู้สึกห่อเหี่ยว เครียด หรือเบื่อชีวิต บางทีก็จะมีสัญญาณออกมาว่า "ชีวิตบัดซบ"

มันแปลว่า ชีวิตคุณในสถานการณ์ตอนนี้ ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการทั้งหมด

คุณไม่ต้องการเก็บประสบการณ์ในสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่

 

ปัจจุบัน เมื่อคนได้รับการตอบสนองแบบนี้ คนมากมายกลับคิดว่า